ขนส่งจากจีนใช้เวลากี่วัน? แต่ละวิธีขนส่งต่างกันยังไงบ้าง
ขนส่งจากจีน ถือเป็นหัวใจหลักของการนำเข้าสินค้าจากจีนมายังประเทศไทยเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในยุคที่คนไทยหันมานิยมซื้อของจากจีนมากขึ้น เพราะราคาถูก สินค้าหลากหลาย และคุณภาพค่อนข้างดี แต่สำหรับมือใหม่หลายคน อาจสงสัยว่า "ขนส่งจากจีนใช้เวลากี่วัน? แล้วแต่ละวิธีขนส่งต่างกันยังไง?" บทความนี้เราจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย พร้อมเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีเลยค่ะ
วิธีขนส่งจากจีนมีแบบไหนบ้าง
1. ขนส่งจากจีนทางเรือ (Sea Freight) :
การขนส่งจากจีนทางเรือเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับผู้นำเข้าสินค้าปริมาณมากหรือขนาดใหญ่ เพราะค่าขนส่งถูกกว่าเมื่อเทียบกับวิธีอื่น
ใช้เวลากี่วัน
- โดยเฉลี่ยใช้เวลา 12-25 วัน แล้วแต่ต้นทางเมืองจีนและขั้นตอนผ่านศุลกากร
ข้อดี
- เหมาะสำหรับสินค้าปริมาณมาก ชิ้นใหญ่ หรือหนัก
- ค่าขนส่งต่อหน่วยถูกมาก
- เหมาะกับผู้ที่สต๊อกสินค้าไว้ขายระยะยาว
ข้อเสีย
- ใช้เวลานาน
- ต้องวางแผนล่วงหน้า
- หากเร่งด่วนไม่ตอบโจทย์
2. ขนส่งจากจีนทางรถ (Land Freight)
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขนส่งสินค้าเร็วกว่าเรือ แต่ราคายังไม่สูงเกินไป เพราะค่าขนส่งถูกกว่าเมื่อเทียบกับวิธีอื่น
ใช้เวลากี่วัน
- ประมาณ 4-7 วัน
ข้อดี
- เร็วกว่าเรือมาก
- ค่าขนส่งค่อนข้างประหยัด
- เหมาะกับสินค้าที่ไม่หนักมาก
ข้อเสีย
- มีข้อจำกัดด้านปริมาณ และพื้นที่บรรทุก
- ผ่านด่านศุลกากรหลายประเทศ บางครั้งอาจเกิดดีเลย์
อ่านเพิ่มเติม: เปรียบเทียบ ขนส่งจากจีนทางเรือ & ทางรถ ควรเลือกใช้ตอนไหนถึงจะคุ้ม?
ระยะเวลาในการขนส่งจริงๆ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ระยะทาง ยังรวมถึงขั้นตอนต่อไปนี้ด้วย :
ข้อเสีย
- ขั้นตอนการจัดเตรียมของจากผู้ขายในจีน
- วันตัดรอบของบริษัทขนส่ง
- วันหยุดจีน (เช่น ตรุษจีน, Golden Week)
- ขั้นตอนศุลกากรฝั่งจีนและไทย
โดยทั่วไป ถ้าใช้บริการ คาร์โก้จีน หรือ ชิปปิ้งจีน ที่ครบวงจร จะใช้เวลาประมาณนี้ :
| วิธีขนส่ง | ระยะเวลาเฉลี่ย |
| ทางเรือ | 12-25 วัน |
| ทางรถ | 4-7 วัน |
สรุป หากคุณสงสัยว่า สั่งของจากจีนใช้เวลากี่วัน คำตอบก็คือขึ้นอยู่กับวิธีขนส่งที่เลือกค่ะ
วิธีเลือกขนส่งจากจีนให้เหมาะกับคุณ
พิจารณาจากอะไรบ้าง
1. ความเร็วที่ต้องการ – ด่วนไหม ?
2. น้ำหนักและขนาดสินค้า – ใหญ่-เล็กแค่ไหน ?
3. งบประมาณในการขนส่ง – ยอมจ่ายแพงแค่ไหน ?
4. ความถี่ในการนำเข้า – ขายครั้งเดียวหรือประจำ ?
ตัวอย่างกรณีใช้งาน
- แม่ค้าออนไลน์ ที่ขายสินค้าที่ไม่เร่งด่วนมาก อาจเลือกทางรถเพื่อประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
- ผู้นำเข้าสินค้าก่อสร้าง ใช้ทางเรือ เพราะของใหญ่และหนักมาก
- ผู้เริ่มต้นธุรกิจนำเข้าสินค้าจากจีน อาจเลือกทางรถหรือใช้บริการ คาร์โก้จีนแบบเหมาตู้ร่วม จะคุ้มกว่า
คำแนะนำสำหรับมือใหม่: ใช้เอง VS ใช้บริการบริษัทขนส่ง
- สั่งเอง: เหมาะกับผู้มีประสบการณ์ รู้ขั้นตอนการนำเข้า ใช้แอพ เช่น 1688, Taobao, Alibaba ได้คล่อง
- ใช้คาร์โก้จีน: เหมาะกับมือใหม่หรือคนไม่มีเวลา เพราะไม่ต้องจัดการเองทุกขั้นตอน

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการขนส่งจากจีน
- เรื่องภาษี: สั่งของจากจีนต้องเสียภาษีไหม คำตอบคือมีโอกาสเสีย ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า มูลค่า และวิธีขนส่ง
- ต้นทุนแฝง: ต้องคำนวณให้ดี เช่น ค่าภาษี ค่าขนส่งในประเทศ ค่าผ่านพิธีศุลกากร ฯลฯ
เช็กลิสต์สำหรับการขนส่งจากจีนให้ไม่พลาด
1. ตรวจสอบกำหนดตัดรอบของคาร์โก้จีน
2. ตรวจสอบน้ำหนัก-ขนาดสินค้า
3. เปรียบเทียบวิธีขนส่งและค่าบริการ
4. ประเมินกำไร/ขาดทุนจากต้นทุนรวม
5. เลือกแอพ/แหล่งสั่งซื้อให้เหมาะสม
การเลือกวิธีขนส่งที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณประหยัดทั้งเงินและเวลา และยังมีผลต่อความสำเร็จในการขายสินค้านำเข้าจากจีนด้วยนะคะ
หากคุณกำลังมองหาบริษัทที่มีบริการครบวงจร ทั้งสั่งของ ตรวจเช็ก แพ็คของ ขนส่งจากจีนถึงไทย ช่วยเคลียร์ภาษีให้เสร็จในที่เดียว เราขอแนะนำ SM CARGO ผู้เชี่ยวชาญด้านคาร์โก้จีน ที่ช่วยให้การนำเข้าสินค้าของคุณง่ายขึ้นกว่าเดิม ไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้เองทุกขั้นตอน ก็ทำธุรกิจได้สบายใจค่ะ