Loading...
Skip to Content



home > knowledge > เปรียบเทียบ Taobao, 1688 และ Alibaba

เปรียบเทียบ Taobao, 1688 และ Alibaba เว็บสั่งของจากจีน

เปรียบเทียบ Taobao, 1688 และ Alibaba

ในยุคที่การค้าขายออนไลน์กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การนำเข้าสินค้าจากจีนจึงกลายเป็นโอกาสทองของพ่อค้าแม่ค้าชาวไทย แต่ปัญหาสำคัญคือ “ จะเลือกใช้เว็บไหนดีระหว่าง Taobao, 1688 หรือ Alibaba ” แต่ละเว็บมีจุดเด่น จุดด้อย และวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง การเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้จะช่วยให้คุณเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณที่สุด

รู้จักแต่ละแพลตฟอร์มให้ลึกขึ้น !!

1. Taobao – แหล่งช้อปปิ้งสำหรับผู้บริโภค

Taobao เป็นเว็บอีคอมเมิร์ซในเครือ Alibaba Group ที่เน้นขายปลีกโดยตรงให้ผู้บริโภค หากคุณต้องการสำรวจสินค้าแฟชั่น ของใช้ในบ้าน หรือเทรนด์ใหม่ๆ ที่กำลังฮิตในจีน Taobao คือคำตอบ

✅ จุดเด่น :

  • สินค้าหลากหลาย ครอบคลุมทุกหมวด
  • มีสินค้าแฟชั่น เทรนด์ใหม่ๆ ตลอดเวลา
  • เหมาะกับสั่งของใช้ส่วนตัว หรือทดลองตลาด

❌ ข้อควรระวัง :

  • ส่วนใหญ่ไม่ใช่ผู้ผลิตโดยตรง
  • ไม่เหมาะสำหรับการสั่งขายส่ง
  • ใช้ภาษาจีนเป็นหลัก

เหมาะกับใคร ?

  • คนทั่วไปที่อยากหาของใช้ราคาถูก
  • พ่อค้าแม่ค้าทดลองสั่งก่อนตัดสินใจขายจริง

2. 1688 – แหล่งขายส่งของแท้ ราคาถูกสุด

1688.com เป็นแพลตฟอร์ม B2B (business to business) ที่เน้นขายส่งภายในจีน จุดเด่นคือ “ราคาถูกมาก” เพราะเป็นการติดต่อกับโรงงานหรือร้านขายส่งโดยตรง

✅ จุดเด่น :

  • ราคาถูกที่สุดเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มอื่น
  • เหมาะสำหรับสั่งจำนวนมาก
  • เหมาะกับคนที่ต้องการนำไปขายต่อในไทย

❌ ข้อควรระวัง :

  • ไม่มีภาษาอังกฤษ ต้องใช้ภาษาจีนเท่านั้น
  • ต้องเช็กรีวิวร้านค้าดีๆ ป้องกันโดนโกง
  • บางร้านมี MOQ (ขั้นต่ำ) ที่ต้องสั่งหลายชิ้น

เหมาะกับใคร ?

  • พ่อค้าแม่ค้าตัวจริง ที่เน้นขายส่ง
  • คนที่อยากได้ราคาต้นทุนต่ำสุด

3. Alibaba – เหมาะสำหรับธุรกิจส่งออกหรือนำเข้าระดับใหญ่

Alibaba.com เป็นแพลตฟอร์ม B2B ขนาดใหญ่ ที่เชื่อมต่อผู้ซื้อทั่วโลกกับผู้ขายในจีนและประเทศอื่นๆ

✅ จุดเด่น :

  • มีระบบภาษาอังกฤษครบครัน
  • มีระบบความปลอดภัยสูง เช่น Verified Supplier
  • ติดต่อกับโรงงานโดยตรงได้
  • มีบริการ Custom สินค้า (OEM/ODM)

❌ ข้อควรระวัง :

  • ราคาสูงกว่า 1688
  • ต้องสั่งจำนวนมาก
  • อาจไม่เหมาะกับมือใหม่หรืองบน้อย

เหมาะกับใคร ?

  • นักธุรกิจขนาดกลาง-ใหญ่
  • คนที่ต้องการผลิตสินค้าภายใต้แบรนด์ตัวเอง

เปรียบเทียบในแต่ละมุมที่สำคัญ

1. ภาษาในการใช้งาน

  • 1688 / Taobao : ใช้ภาษาจีนทั้งหมด (ควรใช้ Google Translate หรือแอปแปล)
  • Alibaba : ใช้ง่ายเพราะใช้ภาษาอังกฤษ มีทีมซัพพอร์ตต่างชาติ

2. ราคาสินค้า

  • 1688 : ถูกที่สุด เหมาะกับซื้อจำนวนมาก
  • Taobao : ราคาปานกลาง เหมาะกับซื้อปลีก
  • Alibaba : ราคาสูงขึ้น แต่คุ้มค่ากับบริการระดับธุรกิจ

3. ขั้นต่ำในการสั่งซื้อ (MOQ)

  • 1688 : ต่ำมาก บางร้านเริ่มที่ 1–3 ชิ้น
  • Taobao : ต้องอาศัยประสบการณ์ดูรีวิว
  • Alibaba : มีระบบรีวิว-เรตติ้งช่วยตัดสินใจ

4. ความน่าเชื่อถือ

  • Alibaba : มีระบบตรวจสอบโรงงาน/ซัพพลายเออร์ (Verified Supplier)
  • 1688 : ต้องอาศัยประสบการณ์ดูรีวิว
  • Taobao : มีระบบรีวิว-เรตติ้งช่วยตัดสินใจ

5. การชำระเงิน

  • Alibaba : รับบัตรเครดิต โอนเงินผ่านระบบที่ปลอดภัย
  • 1688 / Taobao : ส่วนใหญ่ใช้ Alipay หรือโอนเงินผ่านบัญชีจีน ต้องมีตัวกลางช่วย

แล้วถ้าไม่อยากสั่งเอง ใช้บริษัทนำเข้าดีกว่าไหม ?

ถ้าคุณ:

  • ไม่มีความรู้ภาษาจีน
  • ไม่สะดวกโอนเงินข้ามประเทศ
  • ไม่อยากเสี่ยงโดนโกง

ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ ใช้บริการนำเข้าสินค้าจีนแบบมืออาชีพ ที่ช่วยคุณตั้งแต่การสั่งซื้อ ต่อรองราคา ตรวจสอบสินค้า ไปจนถึงขนส่งถึงมือเช่น SM CARGO ที่ให้บริการครบวงจร ช่วยให้คุณไม่ต้องปวดหัวเรื่องภาษาหรือการสื่อสารกับจีน

สรุป: เว็บไหนเหมาะกับคุณ

งบน้อย-อยากขายส่ง ⟶ 1688

อยากลองสินค้าเทรนด์ ⟶ Taobao

ต้องการติดต่อโรงงาน/แบรนด์ตัวเอง ⟶ Alibaba

ไม่อยากทำเอง ใช้บริษัทช่วย ⟶ ติดต่อ SM CARGO บริษัทนำเข้าสินค้าจากจีน

หากคุณต้องการเริ่มนำเข้าสินค้าจีนอย่างมั่นใจ ติดต่อทีม SM CARGO บริษัทนำเข้าสินค้าจากจีน เพื่อขอคำปรึกษาฟรีได้เลย


เฟสบุ๊คบริษัทนำเข้าสินค้าจากจีน SM CARGO คาร์โก้จีน ไลน์ติดต่อสอบถาม SM CARGO บริษัทนำเข้าสินค้าจากจีน ชิปปิ้งจีน เบอร์โทรติดต่อ SM CARGO บริษัทนำเข้าสินค้าจากจีน